ปลาสลิดเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ปลาสลิดเป็นปลาที่เพศปลามีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโต (Sexual dimorphism for growth) โดยปลาสลิดเพศเมียจะมีการเจริญเติบโตสูงกว่าปลาสลิดเพศผู้ 1.25 เท่า ดังนั้นการเลี้ยงปลาสลิดเพศเมียล้วน จะส่งผลให้ผลผลิตในการเลี้ยงปลาสูงกว่าการเลี้ยงปลาสลิดเพศผู้ 1.25 เท่า และสูงการเลี้ยงปลาสลิดแบบรวมเพศ (การเลี้ยงปลาสลิดเพศเมียรวมเพศผู้) นอกจากนี้ปลาสลิดเพศเมียจะมีลำตัวกว้าง และหนากว่าปลาสลิดเพศผู้ ไข่ปลาสลิดที่ได้จากปลาสลิดเพศเมียเป็นที่นิยมบริโภค ทำให้ผลิตภัณฑ์ปลาสลิดเพศเมียได้รับความนิยมบริโภคมากกว่าปลาสลิดเพศผู้ และมีมูลค่าสูงกว่าปลาสลิดเพศผู้
ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงปลาสลิดพัฒนาสู่การเพาะเลี้ยงแบบเข้มข้น (Intensive aquaculture) มากขึ้น เกษตรกรมีการจัดการเลี้ยงปลาที่ดีขึ้น มีการใช้อาหารสำเร็จรูปทางการค้าเพื่อให้ปลาสลิดมีการเจริญเติบโตเร็วขึ้น สิ่งที่เกษตรกรยังขาดอยู่คือ พันธุ์ปลาที่เจริญเติบโตเร็ว เกษตรกรมีความต้องการพันธุ์ปลาสลิดสายพันธุ์ดี โดยเฉพาะลูกพันธุ์ปลาสลิดเพศเมีย ที่มีการเจริญเติบโตสูงกว่าปลาสลิดเพศผู้ เพื่อเลี้ยงปลาสลิดที่มีอัตราส่วนของปลาสลิดเพศเมียสูงกว่าปลาสลิดเพศผู้ โครงการจึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีสู่การเลี้ยงปลาสลิดเพศเมียล้วน โดยเน้นการผลิตลูกพันธุ์ปลาสลิดเพศเมียล้วน (All female fish) การผลิตลูกพันธุ์ปลาสลิดเพศเมียล้วนทำได้โดยการผลิตอาหารที่มีการเสริมฮอร์โมนเอสตราไดออล (Estradiol) ทำการแปลงเพศปลาสลิดตั้งแต่แรกเกิด ให้เป็นปลาเพศเมีย การแปลงเพศปลาทำได้เลี้ยงลูกปลาสลิดที่อายุ 7 วันหลังจากฟักเป็นตัว โดยให้อาหารที่เสริมฮอร์โมนเอสตราไดออล เป็นระยะเวลา 55 – 70 วัน (ขึ้นกับระบบการเลี้ยง) ทำให้ได้ปลาสลิดเพศเมีย มากกว่า 95 % เมื่อเลี้ยงปลาสลิดแปลงเพศจนถึงระยะโตเต็มวัย พบว่าปลาสลิดเพศเมียและปลาสลิดแปลงเพศมีการเจริญเติบโตสูงกว่าปลาเพศผู้ และมีภูมิคุ้มกันโรคดีกว่าปลาสลิดเพศผู้